วิธีดูรถมือสองกับ 7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ซื้อควรรู้

เทคนิค วิธีดูรถมือสอง กับ 7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ซื้อควรรู้

เมื่อผู้ซื้อไปดูรถจริงแล้วต้องมีจุดที่ต้องพิจารณาเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจรถ บทความนี้เราจะมานำเสนอในส่วนของอุปกรณ์พื้นฐานสำคัญ

วิธีดูรถมือสอง กับ 7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ซื้อควรรู้

ในการใช้งานรถ ซึ่งถ้าจะซื้อมือสองดีๆ มาใช้สัก 1 คัน อุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้ต้องใช้งานได้ดี เพื่อให้ผู้ที่ซื้อนำรถไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น

1. ไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต้องติดครบทุกดวง

ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรค และไฟแจ้งเตือนต่างๆ ภายในรถ เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้งานเวลาขับขี่ ไฟหน้า ไฟเลี้ยว และไฟเบรค จำเป็นมากสำหรับการขับขี่ส่วนไฟแจ้งเตือนต่างๆ ภายในรถ เป็นการแจ้งเตือนเพื่อบอกผู้ขับขี่ถึงสถานะของตัวรถ ว่ามีอะไรที่ผิดปกติในส่วนของเครื่องยนต์หรือตัวรถหรือไม่

ข้อควรรู้ :: ไฟเตือนต่างๆ โดยเฉพาะเตือนความร้อนสำคัญมาก ถ้าใช้งานไม่ได้ อาจส่งผลรุ่นแรงทำให้เจ้าของรถต้องเสียเงินค่าซ่อมแพงใส่ส่วนอื่นๆ ได้

2. ยางรถยนต์ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานตลอด

ลักษณะยางควรอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ดอกยางต้องลึก ดูปีผลิตไม่ให้เก่าเกินอายุการใช้งาน โดยอายุการใช้งานของยางจะได้ไม่ควรเกิน 2 ปีเพราะฉะนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อควรดูสภาพยางก่อนนำไปใช้งาน

ข้อควรรู้ :: ยางรถยนต์ เป็นสิ่งที่ควรอยู่ในลำดับต้นๆ ของรายการสิ่งที่ควรจะเปลี่ยน หลังจากซื้อรถมาแล้ว เพราะไม่สามารถทราบได้เลย ว่ายางเส้นนั้นผ่านการใช้งานมามากน้อยแค่ไหนแม้อายุยางจะยังอยู่ในช่วงเวลาที่ใช้งานได้

3. แอร์ต้องเย็น

ใช้รถในเมืองไทย เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทดสอบเปิดแอร์ และดูว่า “เย็นฉ่ำ” หรือไม่ย้ำว่าต้อง “เย็นฉ่ำ” และแรงลมต้องแรง ใช้งานได้ทุกระดับ

ข้อควรรู้ :: เมื่อดูรถมือสอง ลองสตาร์ทรถและเปิดแอร์ เปิดที่ระดับแรงสุด ของแอร์เพื่อดูการทำงาน เอามืออังที่ช่องลม ว่ามีลมแอร์ออกปกติหรือไม่ มีกลิ่นหรือเปล่า

4. พวงมาลัยจะช่วยบอกทุกอย่าง

พวงมาลัยเป็นอุปกรณ์ที่เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างคนขับและช่วงล่างของรถ เมื่อได้ทดลองขับไม่ต้องขับเร็ว ให้ค่อยๆ ขับเพื่อให้สามารถสังเกตุพฤติกรรมของรถได้ หามีเสียง ก๊อกแก๊กจากช่วงล่างนั้นแสดงว่าช่วงล่างอาจหลวม ทำให้สะท้านมาถึงพวงมาลัยได้

ข้อควรรู้ :: เวลาลองรถอย่าลองโดยการขับเร็วเพราะไม่รู้เลยว่ารถที่ลองขับนั้น อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากแค่ไหน อาจเป็นอันตรายได้

5. ลองเข้าเกียร์

ส่วนของเกียร์ธรรมดา (MT)ลองเข้าเกียร์และสังเกตุให้ดีจังหวะที่รถเริ่มเคลื่อนที่ ว่ารถมีอาการกระตุกหรือไม่หรือว่า เวลาเปลี่ยนเกียร์ นั้นเข้าเกียร์ยากนั้นแสดงว่าเกียร์เริ่มจะมีปัญหาแล้ว ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ (AT) วิธีสังเกตุง่ายๆ คืออาการของรถเมื่อเหยียบเบรคและเข้าเกียร์ D ไว้ถ้ารถมีอาการกระตุกเหมือนจะดับหรือ สั่นๆ นั้นแสดงว่าเกียร์เริ่มจะมีปัญหาแล้วแหละ

ข้อควรรู้ :: ส่วนของเกียร์เป็นส่วนสำคัญและแพง!! ถ้าได้รถที่มีปัญหาเรื่องเกียร์มา อาจต้องเตรียมเงินไว้ซ่อมที่แพงกว่าอะไหล่ส่วนอื่นๆ เพราะฉะนั้นทดสอบเรื่องเกียร์ให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ

6. ทดสอบระบบเบรค

อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของรถยนต์ คือระบบเบรคของรถที่จะซื้อควรมีการทดสอบการทำงานของเบรคว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ โดยการทดลองขับ ช้าๆ และลองเบรคเบาๆ ถ้าเบรคอยู่ หยุดสนิทก็แสดงว่าเบรคยังอยู่ในสภาพดี นอกจากนี้ควรจะก้มดูที่ระบบเบรค ที่ล้อทั้งสี่ล้อด้วยว่ามีรอยรั่วซึมของน้ำมันเบรคหรือไม่ เพราะถ้ามีก็แสดงว่าเบรคมีปัญหา

ข้อควรรู้ :: ราคาเบรครถยนต์ ราคาอะไหล่ อาจจะไม่สูงเท่าราคาอุปกรณ์อื่นๆ แต่การเลือกรถที่มีระบบเบรคที่สมบูรณ์มากที่สุดด้วยวิธีการตรวจสอบง่ายๆ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

7. สตาร์ทติดง่าย ๆ และเครื่องยนต์ต้องนิ่งเงียบ

การสตาร์ทเครื่องเพื่อดูสิ่งผิดปกติต่างๆ ของอุปกรณ์ บนรถแต่ละกัน แค่บิดกุญแจสตาร์ท แล้วเครื่องยนต์สามารถติดได้ทันที น้้นแสดงว่าระบบไฟที่ถูกจ่ายมาจากแบตเตอรรี่เพื่อสตาร์ท ยังอยู่ในสภาพที่ดีใช้งานได้
ไม่ต้องบิดกุญแจลากยาวๆ กว่าจะติด เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วก็ให้ไปดูที่เครื่องยนต์ขณะทำงานอยู่ ว่าเครื่องยนต์เดินเรียบนิ่งหรือไม่ มีอาการสะดุดในตอนติดเครื่องไว้หรือเปล่า


ข้อควรรู้ :: เครื่องยนต์อาจมีบางอย่างผิดปกติจะต้องมีการซ่อมแก้ไขภายหลังจากซื้อไปแล้ว เพราะฉะนั้นเลือกรถที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เครื่องยนต์เดินเรียบ นิ่งดีที่สุด อย่าเสี่ยงที่จะซื้อรถแล้วไปซ่อมดีกว่า

วิธีดูรถมือสอง กับ 7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ซื้อควรรู้

ทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของ วิธีดูรถมือสอง การเลือกซื้อรถมือสอง เพื่อที่จะให้ได้รถมือสองที่มีคุณภาพดีที่สุด อุปกรณ์พื้นฐานในการใช้งานและขับขี่ อย่างปลอดภัยและไม่ต้องเสียทรัพย์ในการซ่อมเพิ่มเติมเมื่อตัดสินใจซื้อรถมาแล้ว

แต่อีกสิ่งที่สำคัญของการซื้อรถมือสองอีกอย่างคือการ ตรวจรถ ที่โครงสร้างว่าเคยมีการชนหรือเคยเกิดอุบัติเหต หนักมาหรือไม่ ส่วนนี้อาจจำเป็นต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญที่มีให้บริการ ตรวจสภาพรถยนต์ เพราะช่างผู้เชี่ยวชาญ จะทราบว่า ตรวจสภาพรถ ตรวจอะไรบ้าง ที่สำคัญและจะช่วยให้ท่านได้รถมือสองคุณภาพดี

ซื้อ-ขาย รถมือสอง

7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง

7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง สำหรับใครที่อยากได้รถมือสองไว้ใช้  !!

การซื้อรถยนต์ใช้แล้ว หรือรถเก่าสภาพดีสักคันมาขับเป็นเรื่องที่คุณควรจะต้องพิจารณาให้ดี นอกจากเงินในกระเป๋าแล้ว ความปลอดภัยในการขับขี่ก็มีความสำคัญไม่น้อย รถใหม่ป้ายแดงอาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่หรือถูกต้องนัก สำหรับคนที่มีเงินเดือนไม่มาก หรือยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในเรื่องอื่น การเลือกซื้อรถใช้แล้วหรือรถมือสองเป็นอีกทางเลือกที่สบายกระเป๋าไม่น้อย

7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง สำหรับใครที่อยากได้รถมือสองไว้ใช้  !!

ยิ่งเป็นมือใหม่เพิ่งจะขับรถเป็นไม่นานยอมควักเงินถอยรถมือสองออกไปขับนั้นต้องดูอะไรบ้างสำหรับการเลือกพาหนะคู่ใจ รถมือสองเหล่านั้นเคยถูกชนหนักมาหรือไม่ เคยถูกน้ำท่วมหรือเปล่า ใช้เยอะวิ่งแยะจนเปลี่ยนมือขับมาแล้วนับไม่ถ้วน รถมือ 2 นั้นมี 2 ประเภท คือรถบ้าน กับ รถเต็นท์ ซึ่งสองประเภทนี้ก็มีความแตกต่างกัน ดังนี้

“รถบ้าน” คือ รถที่เจ้าของบ้านใช้เอง ประกาศขายเอง เป็นการซื้อขายกันตรงระหว่างเจ้าของรถกับผู้ซื้อ การซื้อรถแบบนี้มีข้อดีคือ ได้ซื้อกับเจ้าของรถโดยตรง ผู้ซื้อสามารถถามประวัติของรถได้ หากพบเจ้าของรถเป็นคนดี มีความจริงใจ ผู้ซื้อก็จะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนข้อเสีย รถบ้านส่วนใหญ่จะขายตามสภาพ การซื้อ-ขายไม่มีการรับประกันผู้ซื้อต้องเป็นคนหาแหล่งเงินกู้ หรือดำเนินการทางด้านเอกสารต่างๆ เอง

“รถเต็นท์” คือ ไม่ใช่การซื้อ-ขาย โดยตรงกับเจ้าของ แต่เป็นซื้อ-ขาย ผ่านคนกลางหรือนายหน้า ซึ่งปัจจุบันการซื้อ-ขายในรูปแบบดังกล่าวมีทั้งประเภทรถเต็นท์ผ้าใบทั่วไป หรือรถมือสองที่มีการลงทุนโชว์รูมที่ตกแต่งสวยงามทันสมัย วิธีการซื้อรถแบบนี้มีข้อดี คือ สามารถไปดูรถได้สะดวก มีรถหลายรุ่น หลายปีให้เลือก มีบริการด้านเอกสารการประสานงานกับสถาบันการเงิน แต่การเลือกซื้อรถเต็นท์ อาจมีค่าดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งนั่นอาจถือว่าเป็นข้อเสียของการซื้อรถเต็นท์

เมื่อทราบพอสังเขปแล้วว่ารถมือสองมี 2 ประเภท ได้เวลาลงลึกไปถึงเทคนิคในการดูรถมือสองอย่างไรให้ไร้ความเสี่ยง

7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง สำหรับใครที่อยากได้รถมือสองไว้ใช้  !!

1. เล่มแท้ เล่มเทียม ถูกสวมเล่มมาหรือเปล่า
ผู้ใช้รถจำเป็นต้องมีการเสียภาษีทุกปีจากเล่มสมุดจดทะเบียน โดยสังเกตได้ว่าเป็นเล่มแท้หรือไม่ ถูกสวมเล่มมาหรือเปล่า เพราะบางกรณีอาจพบได้ว่ารถสองคันแต่เป็นเล่มทะเบียนเดียวกัน ซึ่งในสมุดจดทะเบียน สามารถดูได้ดังต่อไปนี้

เล่มทะเบียนหน้า 16 จะบอกถึงรายการเสียภาษี ทุกครั้งที่มีการเสียภาษีทุกปี จะมีการพิมพ์รายการเสียภาษีทุกครั้ง เพราะฉะนั้นการพิมพ์แต่ละครั้ง รูปแบบของตัวอักษร หรือช่องไฟจะมีระยะที่ไม่เท่ากัน หากรูปแบบของการพิมพ์เหมือนกัน น้ำหมึกเท่ากันทุกบรรทัด ช่องไฟที่เท่ากันในแต่ละบรรทัดของแต่ละปีที่ยื่นภาษี จึงเป็นที่ผิดสังเกต ให้พึงระวังถึงการปลอมแปลงสมุดจดทะเบียนได้

เล่มทะเบียนหน้า 18 แสดงการเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์ รถยนต์จดประกอบหรือไม่ มีการดัดแปลงหรือถูกเปลี่ยนสภาพมาหรือไม่ หรือหากเป็นการนำเข้า ได้ดำเนินการนำเข้าอย่างถูกต้องหรือเปล่า สามารถเช็กได้จากหน้าที่ 18 ซึ่งกรมขนส่งทางบกจะเป็นผู้แก้ไข

2. ตรวจดูว่าใครเคยเป็นเจ้าของ
การโอนเข้าชื่อผู้ขายก่อนจะมีประโยชน์กับผู้ซื้อในเรื่องความมั่นใจ โดยเฉพาะผู้ขายที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัท เพราะการถือกรรมสิทธิ์ของผู้ขายที่เป็นรูปแบบบริษัทก่อนที่จะมีการโอนให้กับผู้ซื้อนั้น แสดงถึงความชัดเจนในการถือครองกรรมสิทธิ์ของรถยนต์คันนั้นๆ จะช่วยลดปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาการโอน การตรวจสอบประวัติ หรือการขอเอกสารเพิ่มเติม จบที่บริษัทผู้ขายไม่ต้องติดตามกับบุคคลที่สามหรือเจ้าของเดิมกันให้วุ่นวายขายปลาช่อน

3. เช็กอย่างไรว่าไม่โกงไมล์ ปั่นไมล์ให้ดูต่ำกว่าความเป็นจริง
ทุกวันนี้การกลับไมล์ให้น้อยลงสามารถทำได้ง่ายดายมาก คุณควรคำนึงถึงเลขไมล์ที่สอดคล้องกับปีรถ และสภาพภายใน ภายนอก ที่สอดคล้องกับเลขไมล์ของรถคันนั้นๆ เช่น ไมล์แค่ 10,000 กิโลเมตร แต่มีภายในโทรมราวกับถูกนั่งมานานเป็นแสนกิโลเมตร เครื่องยนต์ต้องไม่มีควันดำหรือควันขาว เดินเบาเรียบนิ่ง รอบไม่สวิงขึ้นลงไปมาหรือสั่นเป็นเจ้าเข้าทรง เข็มวัดความร้อนคงที่ ไฟแจ้งเตือนระบบการทำงานต่างๆ ต้องโชว์ตอนบิดกุญแจและดับทั้งหมดเมื่อเครื่องติด การทดลองขับสามารถบ่งชี้ถึงการดูแลรักษาที่สอดคล้องกับเลขไมล์ได้เช่นกัน ปัจจุบัน มีค่ายรถหลายยี่ห้อ หลายแบรนด์ ที่สามารถตรวจสอบเลขไมล์ครั้งสุดท้ายได้กับศูนย์บริการเช่น โตโยต้า, ฮอนด้า หรือหากคุณทราบว่ารถที่ต้องการซื้อนั้น มาจากดีลเลอร์หรือขายในศูนย์โชว์รูมของบริษัทแม่ รถส่วนใหญ่จะมีการคัดสภาพเพื่อป้องกันการขายรถไม่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งอาจตามมาด้วยชื่อเสียงที่แย่ลง

4. ทดลองขับก่อนซื้อ
นอกจากสภาพที่สายตามองเห็นแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่อีกมากมาย เพื่อสร้างความมั่นใจในการซื้อรถ และตรวจสอบความพร้อมของรถ โดยเฉพาะการทำงาน การตอบสนองของเครื่องยนต์หรือช่วงล่าง การทดลองขับด้วยตัวคุณเอง ทั้งการเร่งความเร็ว การเบรก การหักเลี้ยว การทำงานของเกียร์ออโตที่ต้องราบเรียบไม่กระตุกกระชาก เบรกทำหน้าที่ได้ปกติ ยางอยู่ในสภาพดี ใบปัดน้ำฝนไม่แข็งเป็นหิน ภายในไม่มีเสียงดังขณะวิ่ง ช่วงล่างทำงานปกติไม่มีเสียงดัง พวงมาลัยเมื่อเลี้ยวออกจากที่จอดต้องไม่มีเสียงหอน สายพานหน้าเครื่องยนต์ไม่แตกลายงา ยางขอบกระจกประตูอยู่ในสภาพดี ไม่กรอบแตกเป็นข้าวเกรียบ ยางอะไหล่และเครื่องมือพวกแม่แรง กับประแจถอดล้อ ยังอยู่กันพร้อมหน้า การลองจับและลองขับจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญสำหรับผู้ซื้อรถมือสองหรือรถเก่าใช้งานแล้วเป็นอย่างยิ่ง คุณสามารถจับอาการความผิดปกติของรถ แม้จะไม่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์จากจุดสังเกตดังกล่าว ควรเลือกซื้อรถยนต์กับผู้ขายที่ให้ทดลองขับจะเป็นการดีที่สุด การทดลองขับขี่แล้วจับอาการต่างๆ จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้มากยิ่งขึ้นว่ารถคันนั้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้ ไม่ได้เอาไปซ่อมต่อ!!

5. คนขายต้องน่าเชื่อถือ
ผู้ขายเป็นบริษัทที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งที่ทำการได้มาตรฐาน หรือตัวแทนที่ถูกแต่งตั้งจากบริษัทรถยนต์จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้มากเพราะผู้จำหน่ายเหล่านี้จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อเช็กสภาพความพร้อมของตัวรถที่จะขายให้กับลูกค้า จุดนี้เองจึงสามารถสร้างความมั่นใจให้กับคุณว่า ซื้อรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการรับประกันหลังการขายตามสมควรกับอายุของตัวรถ

6. สวยแต่รูปจูบไม่หอม ดูไม่ดีอาจมีซวย
สภาพรถที่สวยภายนอก ไม่ได้บอกว่ารถคันนั้นจะดีเสมอไป อาจมีการชนหนักแล้วทำสีอย่างเนียนเพื่อกลบเกลื่อนหลอกสายตามือใหม่ หากต้องการสังเกตว่ารถเกิดอุบัติเหตร้ายแรงประเภทกลิ้ง หรือชนทะลุทะลวงจนยับมาหรือไม่ ให้ดูที่สีของตัวถังรถว่ามีสีเพี้ยนหรือไม่สม่ำเสมอหรือเปล่า สีไฟหน้า สีไฟท้าย ต้องเป็นสีเดียวกัน ถ้าสีใหม่ต้องใหม่เหมือนกันหมดทุกดวง ไม่ใช่มีไฟบางดวงเก่าแต่บางดวงกลับใสใหม่กิ๊ก นอกจากนั้นสภาพรถควรจะเป็นไปตามอายุของรถ เช่น รถอายุเยอะถึง 10 ปี แต่ไฟหน้าใหม่เอี่ยมอ่อง ไม่เหมือนผ่านการใช้งานมา 10 ปีก็เป็นที่น่าผิดสังเกต ซึ่งบางคนมองว่าเป็นเรื่องดี แต่จริงๆ อาจจะซ่อม หรือเคลมไฟใหม่มา กระจกรถและแท็กของสายเข็มขัด นิรภัยจะระบุปีที่ผลิตรถอย่างชัดเจนที่สุด ถือเป็นจุดสังเกตง่ายๆ ที่คุณจะต้องตรวจสอบเป็นอันดับแรกหากอยากรู้อายุที่แท้จริง การตรวจสอบปีของรถ เลขปีจะต้องตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นเลขตัวถังรถ เลขเครื่องยนต์ จะต้องตรงกับในเล่มทะเบียน หรือแม้แต่ยางรถยนต์ก็สังเกตได้จากตัวเลข 4 หลัก ที่ระบุปีของยาง ซึ่งควรจะต้องใหม่กว่าปีของรถเสมอ

7. ไฟแนนซ์จะช่วยตรวจสอบรถให้
ยี่ห้อรถยนต์มีผลต่อยอดในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน รถที่มีความนิยมสูงก็จะได้สินเชื่อที่สูงตามไปด้วย ผู้จำหน่ายก็มีผลต่อยอดการขอสินเชื่อด้วยเช่นกัน ผู้จำหน่ายที่เป็นตัวแทนของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ก็จะได้สินเชื่อที่มากกว่าปกติ เพราะในแง่ของการขอสินเชื่อสถาบันการเงินก็จะตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของรถยนต์ รถยนต์ที่สามารถตรวจสอบได้ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินนั้นๆ ในการจัดไฟแนนซ์ให้กับลูกค้า ยิ่งผู้ขายมีความน่าเชื่อถือมากก็จะได้วงเงินของสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อลูกค้าซื้อรถผ่านไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์เองก็จะเป็นผู้ตรวจสอบที่มาของรถให้กับลูกค้าอีกทางหนึ่ง ซึ่งน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจได้ดี ขอให้มีความสุขกับยานพาหนะที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของคุณเอง

เป็นไงบ้างสำหรับ 7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง หวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อทุกคนๆนะครับ

ติดต่อซื้อ-ขาย รถมือสอง