จริงหรือไม่ที่ว่า กราฟฟิกดีไซน์ สำคัญกับทุกอย่าง !

จริงหรือที่ กราฟฟิกดีไซน์ สำคัญกับทุกอย่างในโลก ?

     กราฟฟิกดีไซน์ ไม่จำเป็นต้องอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ทเสมอไป ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่ากราฟฟิกดีไซน์มักจะทำในโลกอินเตอร์เน็ทเท่านั้น เช่น การออกแบบหน้าเว็บไซท์ให้สวยงาม ซึ่งเห็นได้ทั่วไปจนชินตา

แล้วกราฟฟิกดีไซน์สำคัญกับโลกเราอย่างไร?

     ลองมองไปรอบตัวคุณสิ ถ้าสมมุติว่าทุกอย่างไม่มีสีสัน ทุกอย่างเป็นสี่เหลี่ยมแข็งๆทื่อๆ หรืออาจจะเป็นทรงกลมเพียงอย่างเดียว มันก็คงจะไม่เข้าหูเข้าตากับชีวิตประจำวันของเราแน่ๆ

     ทำไมกราฟฟิกดีไซน์ถึงถูกใช้ขึ้นมาในโลก ก็เพราะว่า “มนุษย์มักจะชอบความแตกต่างเสมอ” หมายถึงชีวิตของมนุษย์จะไม่คงอยู่กับที่ จะไม่คงอยู่กับสิ่งเดิมๆที่เห็นตลอด (ยกเว้นเรื่องสามี-ภรรยา) ดังนั้นจึงมีคนที่สามารถคิดออกแบบสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือที่เรียกว่า ครีเอเตอร์ (Creator) หรือในสมัยนี้เรียกใหม่กันว่า ดีไซน์เนอร์ (Designer)

     ดูๆไปเหมือนคำว่า ครีเอเตอร์ จะไม่คุ้นหูคุ้นตาเราในชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับ ดีไซน์เนอร์ ที่เมื่อพูดถึงชื่อก็ต้องร้องอ๋อกันทุกคน ปกติ ครีเอเตอร์ ไว้เรียกคนที่มีความสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้โดยใช้ความคิดด้านตรรกศาสตร์เพียงอย่างเดียว (เช่น วิศวกร, นักสถาปัตย์ เป็นต้นฯ)

องค์ประกอบของกราฟฟิกสำหรับดีไซน์เนอร์มีอะไรบ้าง?

องค์ประกอบจะถูกจัดให้เป็นหมวดใหญ่ๆอยู่ 5 หมวดด้วยกันคือ

  1. รูปร่าง
  2. สีสัน
  3. ขนาด
  4. องค์ประกอบ
  5. ความหลากหลาย

     รูปร่าง เป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง ถ้าพูดถึงการออกแบบเว็บไซท์ก็คือ “คุณจะทำอย่างไรให้เว็บไซท์ของคุณดูมีความเป็นเอกลักษณ์ตรงกันมากที่สุด” เช่น ถ้าคุณออกแบบเว็บไซท์เกี่ยวกับเกมส์ คุณจะต้องออกแบบรูปร่างเว็บไซท์ให้เข้ากับเกมส์มากที่สุด

     สีสัน เป็นความสำคัญรองลงมา สีให้อารมณ์ที่หลากหลาย ดังนั้นจึงต้องเข้ากับสิ่งที่คุณได้ออกแบบไว้ให้ดี ถ้าเกิดสีไม่สัมพันธ์กันกับรูปร่าง มันก็จะออกมาเป็นผลงานที่ไม่มีคุณภาพ เช่น ถ้าพูดถึงทองแดง ก็จะต้องทำสีให้เป็น “น้ำตาลแดงเหลือบทอง” แต่ถ้าคุณทำสีอื่นเช่น “น้ำเงินเข้มเหลือบเงิน” มันจะใช่ทองแดงมั้ยละ?

     ขนาด เป็นความสำคัญอันดับสามที่ต้องควบคุมร่วมกับองค์ประกอบ มีความจำเป็นเรื่องการออกแบบด้านสัดส่วนของสิ่งนั้น ถ้าพูดถึงเว็บไซท์ก็จะเป็นด้านความยาว ความกว้าง การเรียงสัดส่วนรูปภาพ เป็นต้นฯ

     องค์ประกอบ เป็นความสำคัญลำดับสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด ถ้าคุณจะทำงานใดงานหนึ่ง คุณต้องจัดลำดับองค์ประกอบให้เข้ากันอย่างลงตัวก่อน นักดีไซน์เนอร์เก่งๆมักจะจัดองค์ประกอบก่อนการเริ่มงานเสมอ เช่น บางคนเปิดโปรแกรม MS – Paint แล้วเริ่มบรรจงวาดรูปลงไปอย่างเละๆ แล้วค่อยเริ่มจัดรูปเละๆนั่นให้เป็นรูปร่างเว็บไซท์ โดยอาศัยหลักการจัดองค์ประกอบอย่างละเอียด จนเริ่มสร้างเว็บไซท์ตามที่วาดรูปลงในโปรแกรมนั้น จนสุดท้ายก็ออกมาอย่างสวยงาม

      ความหลากหลาย เป็นสิ่งที่นักดีไซน์เนอร์บางคนขาดไป เพราะนักดีไซน์เนอร์ส่วนใหญ่มักจะติดกับการออกแบบโดยใช้ความถนัดด้านรูปร่างที่เคยออกแบบมาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ แต่แค่เปลี่ยนองค์ประกอบให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ยกตัวอย่างเช่นเว็บไซท์หลายเว็บไซท์ที่มีเมนูแบบ Sidebars (เมนูที่ติดอยู่ข้างๆเว็บ) ซึ่งทำให้กินเนื้อที่ในการออกแบบด้านขนาด (หมายถึงถ้าเมนูมี Button เยอะๆ หรือมี Ads เยอะๆ ก็จะทำหน้าหน้าเว็บไซท์ยาวขึ้น) แต่บางเว็บไซท์แก้ปัญหานี้โดยใส่ JavaScript ให้ย่อเมนูเก็บลงไปได้ หรือสร้างเมนูย่อยลงไปอีกเพื่อเก็บ Button อื่นๆไว้ เป็นต้นฯ

การเป็นนักกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ที่ดีควรทำอย่างไร?

  1. อย่ากังวลว่าผลงานตัวเองห่วย เพราะการที่คุณคิดว่าผลงานของคุณห่วย นั่นคือคุณได้ดึงเส้นด้ายจินตนาการของคุณขาดไปแล้ว
  2. สร้างความมั่นใจในผลงานของตน คล้ายๆกับข้อที่หนึ่ง ดูเหมือนง่าย แต่ความจริงยากมาก เวลาคุณทำงาน อย่าสร้างความเครียดให้กับตนเอง แต่ให้คิดว่าคุณกำลังสนุกกับการทำงาน เรียกวิธีนี้ว่า “Enjoy your Imaginations”
  3. ไม่ควรคิดหักโหมกับจินตนาการ เพราะงานดีไซน์ของคุณจะออกมาไม่ดี ควรไปพักผ่อนให้สมองผ่อนคลายลง เพราะงานดีไซน์ที่ดีไม่ได้มาจากกำลังสมอง แต่มาจากอารมณ์ของคนคิด ดังนั้นพักถ้าคุณคิดว่าไม่ไหว ลองดื่มน้ำเย็นๆสักแก้วแล้วนั่งฟังเพลงหรือดูทีวีก็ได้!
  4. จินตนาการอยู่ทุกที่ บางเวลาถ้าคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน ลองหลับตาแล้วฟังเสียงของสายลมดู ลองจินตนาการตามที่คุณได้เห็นภาพเมื่อคุณหลับตา แล้วลองคิดออกแบบตามหลักของนักดีไซน์เนอร์ดู บางทีผลงานขอบคุณออกมาอาจจะดีเกินที่คาดคิดไว้
  5. ไม่ควรขี้เกียจ อันนี้สำคัญ เพราะนักดีไซน์เนอร์ส่วนใหญ่มักจะส่งงานให้เจ้านายหรือผู้รับจ้างล่าช้าเสมอ บ้างก็อ้างว่า คิดงานไม่ออก หรือไม่ก็ งานเยอะ พอไปดูเบื้องหลังกลับเห็นนั่งเล่นเกมส์ หรือไม่ก็ดูภาพยนต์ ลองปรับพฤติกรรมเล็กน้อยในชีวิตประจำวันดูครับ
  6. สมุดพก จะสมุดอะไรก็ได้ มีเส้นหรือไม่มีก็ได้ แต่ขอให้พกติดตัว เวลาคุณคิดอะไรได้ขึ้นมา หรือนั่งเหม่อลอยอยู่จู่ๆก็มีความคิดพุ่งขึ้นมาแล้วคุณคิดว่าควรเก็บไว้ จดมันลงในสมุดนั้นเลยครับ บางทีคุณอาจจะได้ใช้มันในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม : การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คืออะไร?

รับทำ SEO

ทำการตลาด

การตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คืออะไร?

ในสังคมที่โลกออนไลน์กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อออนไลน์ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อเราในทุกขณะ ตั้งแต่ตื่นเช้าจนกระทั่งเข้านอน อีกทั้งความรวดเร็วและความสะดวกสบายของโลกออนไลน์ยังถูกนำมาใช้ประโยชน์กับกลุ่มคนทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถทำให้ผู้อื่นรู้จักเราหรือสินค้าของเราได้อย่างกว้างขวาง

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คืออะไร?

การตลาดออนไลน์  คือ การทำการตลาดในสื่อออนไลน์ เช่น โฆษณา Facebook, โฆษณา Google, โฆษณา Youtube, โฆษณา Instagram มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น โดยใช้วิธีต่างๆ ในการ โฆษณาเว็บไซต์ หรือ โฆษณาขายสินค้าที่จะนำสินค้าของเราไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และเกิดความสนใจ จนกระทั่งเข้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเราในที่สุด โดยการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) สามารถทำได้หลายช่องทาง ดังนี้

  1. Search Engine Marketing คือ การตลาดบน Search Engine เป็นการทำให้สินค้าของเราติดอันดับการค้นหาในลำดับแรกๆ ซึ่งจะทำให้เราถูกค้นพบได้ง่ายและถูกคลิกได้บ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่างหรืออยู่ในหน้าถัดไป แบ่งออกเป็น SEO (การทำเว็บไซต์ของเราให้ติดอันดับของ Google) กับ PPC (การซื้อ Ads บน Google)
  2. Email Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่านอีเมล เพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชั่นต่างๆ ถึงลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เป็นการตลาดที่ต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับการตลาดในรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการทำการตลาดที่ตรงกลุ่ม และสามารถเข้าถึงผู้รับภายในเวลาอันรวดเร็ว
  3. Social Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่าน Social Network ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Pinterest ฯลฯ ซึ่ง Social Marketing กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีสถิติการใช้งานสูงกว่าแหล่งออนไลน์ประเภทอื่น

การตลาดออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เรารู้จักสินค้าของเรา และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนได้ เพียงเท่านี้สินค้าของเราก็สามารถเป็นที่รู้จัก และสร้างยอดขายในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดายอ่านเพิ่มเติม : ทำไมจึงจำเป็นต้องมีแผนการตลาดดิจิทัล

รับทำ SEO

ทำการตลาด

การตลาดออนไลน์

ตำแหน่งและหน้าที่ต่าง ๆ ของผู้จัดทำ เว็บไซต์ เพื่อธุรกิจและกิจการของคุณ !!

website นึงมีงานหลายอย่างหลากหลายหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและจัดทำ โดยเราจะเเบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ ตามความถนัดและความสามารถของแต่ละบุคคล ๆ ไป จากปรัชญาที่ว่า ไม่มีใครเก่งไปหมดในทุกเรื่อง คนที่ถนัดงานออกแบบอาจจะไม่ถนัดหรืออาจจะทำไม่ได้ในส่วนของ programing และคนที่เป็น programing อาจจะเขียนเนื้อหาข้อมูลสื่อสารกับผู้อื่นไม่ถนัด เป็นต้น ฉะนั้น..เว็บไซต์ จะดำเนินการไปสู่จุดมุ่งหมายหรือประสบความสำเร็จได้ ต้องขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ฝ่าย หลาย ๆ หน้าที่รวมกัน ในบทความนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกับตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ของการจัดทำ เว็บไซต์ ว่า หากเรามีทีม เราควรจะแบ่งหน้าที่การทำงานเป็นทีมอย่างไรให้เหมาะสม

การแบ่งหน้าที่ในรูปแบบแผนผัง


ในการจัดทำ website หากต้องการให้ไปถึงจุดมุ่งหมาย และประสบความสำเร็จคงต้องหาทีมในการทำงานและบริหารจัดการเว็บไซต์ โดยหน้าที่ภายในเว็บไซต์จะแบ่งออกไปตามความถนัดและความสามารถของแต่ละบุคคลไป สำหรับหน้าที่ในแต่ละตำแหน่งก็จะมีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้

ตำแหน่งและหน้าที่ต่าง ๆ ของผู้จัดทำ เว็บไซต์ เพื่อธุรกิจและกิจการของคุณ !!

WEB PROGRAMER

web programer มีหน้าที่ในการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีความฉลาด สามารถติดต่อกับผู้ใช้งานเว็บไซต์ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ คอยดูแลพัฒนาเว็บและตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของเว็บไซต์ ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ ควรมีทักษะทางด้างการเขียนโปรแกรม ในแบบ web application เช่น ภาษา ASP, PHP เป็นต้น

ตำแหน่งและหน้าที่ต่าง ๆ ของผู้จัดทำ เว็บไซต์ เพื่อธุรกิจและกิจการของคุณ !!

WEB CONTENT

web content มีหน้าที่ในการจัดทำเนื้อหาบนเว็บไซต์ รับผิดชอบในส่วนของเนื้อหาตามที่ได้รับมอบหมายมาจากผู้เป็นเว็บมาสเตอร์ ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ ต้องเป็นผู้ที่มีทักษะทางภาษาเขียน สามารถเขียนแล้วผู้ที่อ่านเข้าใจง่าย และควรเป็นผู้ที่สนใจในข่าวสารรอบตัว เนื่องจากว่า หน้าที่นี้อาจจะจำเป็นต้องคอยนำข่าวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันนำมาลงเผยแพร่ภายในเว็บไซต์อยู่เสมอ ๆ

ตำแหน่งและหน้าที่ต่าง ๆ ของผู้จัดทำ เว็บไซต์ เพื่อธุรกิจและกิจการของคุณ !!

WEB DESIGN

web design มีหน้าที่ในการออกแบบจัดทำเรื่องราวที่เกี่ยวกับกราฟิค สีสัน เลย์เอาท์ ของหน้าเว็บเพจทั้งหมด ตามที่ webmaster ได้ทำการกำหนดทิศทางรูปแบบของเว็บไว้แล้ว หรืออาจะนำเสนอสิ่งสร้างสรรให้เว็บมาสเตอร์พิจารณา ผู้ที่จะทำหน้าที่เว็บดีไซด์ควรมีความคิดในเชิงสร้างสรรมีจิตนาการ สามารถใช้งานโปรแกรมประเภท กราฟิค ดีไซด์ ได้อย่างคล่องตัว เช่น โปรแกรม Photo Shop, Flash เป็นต้น และเป็น Creator ที่ดี ไม่ลอกผลงานผู้อื่น หรือหากมีการนำกราฟิคจากที่อื่นมาใช้ควรให้เครดิตผู้สร้างสรร

ตำแหน่งและหน้าที่ต่าง ๆ ของผู้จัดทำ เว็บไซต์ เพื่อธุรกิจและกิจการของคุณ !!

WEB PROMOTION

web promotion มีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป หรือเราอาจจะเปลี่ยนหน้าที่ชื่อตำแหน่งนี้เป็น WEB Markting ก็ได้ เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ของเว็บเราก็สามารถถือเป็นการทำตลาดอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน ผู้ที่ทำหน้าที่นี้อาจจะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การท่องเว็บไซต์มาพอสมควร และเข้าใจเรื่องของ Search Engie อย่างดี เนื่องจากการประชาสัมพันธ์เว็บส่วนใหญ่เรามุ่งไปที่ Search Engie เป็นหลัก อย่างเช่น GOOGLE.com เป็นต้น website จะประสบความสำเร็จหรือไม่ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ก็เป็นจุดสำคัญเช่นเดียวกัน

ทั้งหมดนี้คือแนวคิดและการจัดทำเว็บไซต์ในระบบทีม (TEAM) ที่จะช่วยให้เว็บของคุณสามารถประสบความสำเร็จได้ แต่นั้นก็เป็นเพียงทฤษฎีที่ควรจะเป็นในการจัดทำเว็บไซต์ ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัว เว็บไซต์ ๆ นึงอาจจะมีเฉพาะ webmaster เพียงคนเดียวแล้วรับผิดชอบทำเอง ดูแลเอง ออกแบบเอง เขียนโปรแกรมเอง เขียน contents เอง ประชาสัมพันธ์เอง ก็เป็นได้ อย่างไรเสีย งานทั้งหมดของเว็บไซต์นึง ๆ ก็จะมีอยู่ตามที่ได้แนะนำไปพอเป็นแนวทาง

สนใจงานติดต่อเราได้ที่นี่ รับทำ SEO

วิธีดูรถมือสองกับ 7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ซื้อควรรู้

เทคนิค วิธีดูรถมือสอง กับ 7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ซื้อควรรู้

เมื่อผู้ซื้อไปดูรถจริงแล้วต้องมีจุดที่ต้องพิจารณาเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจรถ บทความนี้เราจะมานำเสนอในส่วนของอุปกรณ์พื้นฐานสำคัญ

วิธีดูรถมือสอง กับ 7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ซื้อควรรู้

ในการใช้งานรถ ซึ่งถ้าจะซื้อมือสองดีๆ มาใช้สัก 1 คัน อุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้ต้องใช้งานได้ดี เพื่อให้ผู้ที่ซื้อนำรถไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น

1. ไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต้องติดครบทุกดวง

ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรค และไฟแจ้งเตือนต่างๆ ภายในรถ เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้งานเวลาขับขี่ ไฟหน้า ไฟเลี้ยว และไฟเบรค จำเป็นมากสำหรับการขับขี่ส่วนไฟแจ้งเตือนต่างๆ ภายในรถ เป็นการแจ้งเตือนเพื่อบอกผู้ขับขี่ถึงสถานะของตัวรถ ว่ามีอะไรที่ผิดปกติในส่วนของเครื่องยนต์หรือตัวรถหรือไม่

ข้อควรรู้ :: ไฟเตือนต่างๆ โดยเฉพาะเตือนความร้อนสำคัญมาก ถ้าใช้งานไม่ได้ อาจส่งผลรุ่นแรงทำให้เจ้าของรถต้องเสียเงินค่าซ่อมแพงใส่ส่วนอื่นๆ ได้

2. ยางรถยนต์ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานตลอด

ลักษณะยางควรอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ดอกยางต้องลึก ดูปีผลิตไม่ให้เก่าเกินอายุการใช้งาน โดยอายุการใช้งานของยางจะได้ไม่ควรเกิน 2 ปีเพราะฉะนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อควรดูสภาพยางก่อนนำไปใช้งาน

ข้อควรรู้ :: ยางรถยนต์ เป็นสิ่งที่ควรอยู่ในลำดับต้นๆ ของรายการสิ่งที่ควรจะเปลี่ยน หลังจากซื้อรถมาแล้ว เพราะไม่สามารถทราบได้เลย ว่ายางเส้นนั้นผ่านการใช้งานมามากน้อยแค่ไหนแม้อายุยางจะยังอยู่ในช่วงเวลาที่ใช้งานได้

3. แอร์ต้องเย็น

ใช้รถในเมืองไทย เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทดสอบเปิดแอร์ และดูว่า “เย็นฉ่ำ” หรือไม่ย้ำว่าต้อง “เย็นฉ่ำ” และแรงลมต้องแรง ใช้งานได้ทุกระดับ

ข้อควรรู้ :: เมื่อดูรถมือสอง ลองสตาร์ทรถและเปิดแอร์ เปิดที่ระดับแรงสุด ของแอร์เพื่อดูการทำงาน เอามืออังที่ช่องลม ว่ามีลมแอร์ออกปกติหรือไม่ มีกลิ่นหรือเปล่า

4. พวงมาลัยจะช่วยบอกทุกอย่าง

พวงมาลัยเป็นอุปกรณ์ที่เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างคนขับและช่วงล่างของรถ เมื่อได้ทดลองขับไม่ต้องขับเร็ว ให้ค่อยๆ ขับเพื่อให้สามารถสังเกตุพฤติกรรมของรถได้ หามีเสียง ก๊อกแก๊กจากช่วงล่างนั้นแสดงว่าช่วงล่างอาจหลวม ทำให้สะท้านมาถึงพวงมาลัยได้

ข้อควรรู้ :: เวลาลองรถอย่าลองโดยการขับเร็วเพราะไม่รู้เลยว่ารถที่ลองขับนั้น อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากแค่ไหน อาจเป็นอันตรายได้

5. ลองเข้าเกียร์

ส่วนของเกียร์ธรรมดา (MT)ลองเข้าเกียร์และสังเกตุให้ดีจังหวะที่รถเริ่มเคลื่อนที่ ว่ารถมีอาการกระตุกหรือไม่หรือว่า เวลาเปลี่ยนเกียร์ นั้นเข้าเกียร์ยากนั้นแสดงว่าเกียร์เริ่มจะมีปัญหาแล้ว ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ (AT) วิธีสังเกตุง่ายๆ คืออาการของรถเมื่อเหยียบเบรคและเข้าเกียร์ D ไว้ถ้ารถมีอาการกระตุกเหมือนจะดับหรือ สั่นๆ นั้นแสดงว่าเกียร์เริ่มจะมีปัญหาแล้วแหละ

ข้อควรรู้ :: ส่วนของเกียร์เป็นส่วนสำคัญและแพง!! ถ้าได้รถที่มีปัญหาเรื่องเกียร์มา อาจต้องเตรียมเงินไว้ซ่อมที่แพงกว่าอะไหล่ส่วนอื่นๆ เพราะฉะนั้นทดสอบเรื่องเกียร์ให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ

6. ทดสอบระบบเบรค

อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของรถยนต์ คือระบบเบรคของรถที่จะซื้อควรมีการทดสอบการทำงานของเบรคว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ โดยการทดลองขับ ช้าๆ และลองเบรคเบาๆ ถ้าเบรคอยู่ หยุดสนิทก็แสดงว่าเบรคยังอยู่ในสภาพดี นอกจากนี้ควรจะก้มดูที่ระบบเบรค ที่ล้อทั้งสี่ล้อด้วยว่ามีรอยรั่วซึมของน้ำมันเบรคหรือไม่ เพราะถ้ามีก็แสดงว่าเบรคมีปัญหา

ข้อควรรู้ :: ราคาเบรครถยนต์ ราคาอะไหล่ อาจจะไม่สูงเท่าราคาอุปกรณ์อื่นๆ แต่การเลือกรถที่มีระบบเบรคที่สมบูรณ์มากที่สุดด้วยวิธีการตรวจสอบง่ายๆ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

7. สตาร์ทติดง่าย ๆ และเครื่องยนต์ต้องนิ่งเงียบ

การสตาร์ทเครื่องเพื่อดูสิ่งผิดปกติต่างๆ ของอุปกรณ์ บนรถแต่ละกัน แค่บิดกุญแจสตาร์ท แล้วเครื่องยนต์สามารถติดได้ทันที น้้นแสดงว่าระบบไฟที่ถูกจ่ายมาจากแบตเตอรรี่เพื่อสตาร์ท ยังอยู่ในสภาพที่ดีใช้งานได้
ไม่ต้องบิดกุญแจลากยาวๆ กว่าจะติด เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วก็ให้ไปดูที่เครื่องยนต์ขณะทำงานอยู่ ว่าเครื่องยนต์เดินเรียบนิ่งหรือไม่ มีอาการสะดุดในตอนติดเครื่องไว้หรือเปล่า


ข้อควรรู้ :: เครื่องยนต์อาจมีบางอย่างผิดปกติจะต้องมีการซ่อมแก้ไขภายหลังจากซื้อไปแล้ว เพราะฉะนั้นเลือกรถที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เครื่องยนต์เดินเรียบ นิ่งดีที่สุด อย่าเสี่ยงที่จะซื้อรถแล้วไปซ่อมดีกว่า

วิธีดูรถมือสอง กับ 7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ผู้ซื้อควรรู้

ทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของ วิธีดูรถมือสอง การเลือกซื้อรถมือสอง เพื่อที่จะให้ได้รถมือสองที่มีคุณภาพดีที่สุด อุปกรณ์พื้นฐานในการใช้งานและขับขี่ อย่างปลอดภัยและไม่ต้องเสียทรัพย์ในการซ่อมเพิ่มเติมเมื่อตัดสินใจซื้อรถมาแล้ว

แต่อีกสิ่งที่สำคัญของการซื้อรถมือสองอีกอย่างคือการ ตรวจรถ ที่โครงสร้างว่าเคยมีการชนหรือเคยเกิดอุบัติเหต หนักมาหรือไม่ ส่วนนี้อาจจำเป็นต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญที่มีให้บริการ ตรวจสภาพรถยนต์ เพราะช่างผู้เชี่ยวชาญ จะทราบว่า ตรวจสภาพรถ ตรวจอะไรบ้าง ที่สำคัญและจะช่วยให้ท่านได้รถมือสองคุณภาพดี

ซื้อ-ขาย รถมือสอง

7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง

7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง สำหรับใครที่อยากได้รถมือสองไว้ใช้  !!

การซื้อรถยนต์ใช้แล้ว หรือรถเก่าสภาพดีสักคันมาขับเป็นเรื่องที่คุณควรจะต้องพิจารณาให้ดี นอกจากเงินในกระเป๋าแล้ว ความปลอดภัยในการขับขี่ก็มีความสำคัญไม่น้อย รถใหม่ป้ายแดงอาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่หรือถูกต้องนัก สำหรับคนที่มีเงินเดือนไม่มาก หรือยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในเรื่องอื่น การเลือกซื้อรถใช้แล้วหรือรถมือสองเป็นอีกทางเลือกที่สบายกระเป๋าไม่น้อย

7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง สำหรับใครที่อยากได้รถมือสองไว้ใช้  !!

ยิ่งเป็นมือใหม่เพิ่งจะขับรถเป็นไม่นานยอมควักเงินถอยรถมือสองออกไปขับนั้นต้องดูอะไรบ้างสำหรับการเลือกพาหนะคู่ใจ รถมือสองเหล่านั้นเคยถูกชนหนักมาหรือไม่ เคยถูกน้ำท่วมหรือเปล่า ใช้เยอะวิ่งแยะจนเปลี่ยนมือขับมาแล้วนับไม่ถ้วน รถมือ 2 นั้นมี 2 ประเภท คือรถบ้าน กับ รถเต็นท์ ซึ่งสองประเภทนี้ก็มีความแตกต่างกัน ดังนี้

“รถบ้าน” คือ รถที่เจ้าของบ้านใช้เอง ประกาศขายเอง เป็นการซื้อขายกันตรงระหว่างเจ้าของรถกับผู้ซื้อ การซื้อรถแบบนี้มีข้อดีคือ ได้ซื้อกับเจ้าของรถโดยตรง ผู้ซื้อสามารถถามประวัติของรถได้ หากพบเจ้าของรถเป็นคนดี มีความจริงใจ ผู้ซื้อก็จะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนข้อเสีย รถบ้านส่วนใหญ่จะขายตามสภาพ การซื้อ-ขายไม่มีการรับประกันผู้ซื้อต้องเป็นคนหาแหล่งเงินกู้ หรือดำเนินการทางด้านเอกสารต่างๆ เอง

“รถเต็นท์” คือ ไม่ใช่การซื้อ-ขาย โดยตรงกับเจ้าของ แต่เป็นซื้อ-ขาย ผ่านคนกลางหรือนายหน้า ซึ่งปัจจุบันการซื้อ-ขายในรูปแบบดังกล่าวมีทั้งประเภทรถเต็นท์ผ้าใบทั่วไป หรือรถมือสองที่มีการลงทุนโชว์รูมที่ตกแต่งสวยงามทันสมัย วิธีการซื้อรถแบบนี้มีข้อดี คือ สามารถไปดูรถได้สะดวก มีรถหลายรุ่น หลายปีให้เลือก มีบริการด้านเอกสารการประสานงานกับสถาบันการเงิน แต่การเลือกซื้อรถเต็นท์ อาจมีค่าดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งนั่นอาจถือว่าเป็นข้อเสียของการซื้อรถเต็นท์

เมื่อทราบพอสังเขปแล้วว่ารถมือสองมี 2 ประเภท ได้เวลาลงลึกไปถึงเทคนิคในการดูรถมือสองอย่างไรให้ไร้ความเสี่ยง

7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง สำหรับใครที่อยากได้รถมือสองไว้ใช้  !!

1. เล่มแท้ เล่มเทียม ถูกสวมเล่มมาหรือเปล่า
ผู้ใช้รถจำเป็นต้องมีการเสียภาษีทุกปีจากเล่มสมุดจดทะเบียน โดยสังเกตได้ว่าเป็นเล่มแท้หรือไม่ ถูกสวมเล่มมาหรือเปล่า เพราะบางกรณีอาจพบได้ว่ารถสองคันแต่เป็นเล่มทะเบียนเดียวกัน ซึ่งในสมุดจดทะเบียน สามารถดูได้ดังต่อไปนี้

เล่มทะเบียนหน้า 16 จะบอกถึงรายการเสียภาษี ทุกครั้งที่มีการเสียภาษีทุกปี จะมีการพิมพ์รายการเสียภาษีทุกครั้ง เพราะฉะนั้นการพิมพ์แต่ละครั้ง รูปแบบของตัวอักษร หรือช่องไฟจะมีระยะที่ไม่เท่ากัน หากรูปแบบของการพิมพ์เหมือนกัน น้ำหมึกเท่ากันทุกบรรทัด ช่องไฟที่เท่ากันในแต่ละบรรทัดของแต่ละปีที่ยื่นภาษี จึงเป็นที่ผิดสังเกต ให้พึงระวังถึงการปลอมแปลงสมุดจดทะเบียนได้

เล่มทะเบียนหน้า 18 แสดงการเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์ รถยนต์จดประกอบหรือไม่ มีการดัดแปลงหรือถูกเปลี่ยนสภาพมาหรือไม่ หรือหากเป็นการนำเข้า ได้ดำเนินการนำเข้าอย่างถูกต้องหรือเปล่า สามารถเช็กได้จากหน้าที่ 18 ซึ่งกรมขนส่งทางบกจะเป็นผู้แก้ไข

2. ตรวจดูว่าใครเคยเป็นเจ้าของ
การโอนเข้าชื่อผู้ขายก่อนจะมีประโยชน์กับผู้ซื้อในเรื่องความมั่นใจ โดยเฉพาะผู้ขายที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัท เพราะการถือกรรมสิทธิ์ของผู้ขายที่เป็นรูปแบบบริษัทก่อนที่จะมีการโอนให้กับผู้ซื้อนั้น แสดงถึงความชัดเจนในการถือครองกรรมสิทธิ์ของรถยนต์คันนั้นๆ จะช่วยลดปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาการโอน การตรวจสอบประวัติ หรือการขอเอกสารเพิ่มเติม จบที่บริษัทผู้ขายไม่ต้องติดตามกับบุคคลที่สามหรือเจ้าของเดิมกันให้วุ่นวายขายปลาช่อน

3. เช็กอย่างไรว่าไม่โกงไมล์ ปั่นไมล์ให้ดูต่ำกว่าความเป็นจริง
ทุกวันนี้การกลับไมล์ให้น้อยลงสามารถทำได้ง่ายดายมาก คุณควรคำนึงถึงเลขไมล์ที่สอดคล้องกับปีรถ และสภาพภายใน ภายนอก ที่สอดคล้องกับเลขไมล์ของรถคันนั้นๆ เช่น ไมล์แค่ 10,000 กิโลเมตร แต่มีภายในโทรมราวกับถูกนั่งมานานเป็นแสนกิโลเมตร เครื่องยนต์ต้องไม่มีควันดำหรือควันขาว เดินเบาเรียบนิ่ง รอบไม่สวิงขึ้นลงไปมาหรือสั่นเป็นเจ้าเข้าทรง เข็มวัดความร้อนคงที่ ไฟแจ้งเตือนระบบการทำงานต่างๆ ต้องโชว์ตอนบิดกุญแจและดับทั้งหมดเมื่อเครื่องติด การทดลองขับสามารถบ่งชี้ถึงการดูแลรักษาที่สอดคล้องกับเลขไมล์ได้เช่นกัน ปัจจุบัน มีค่ายรถหลายยี่ห้อ หลายแบรนด์ ที่สามารถตรวจสอบเลขไมล์ครั้งสุดท้ายได้กับศูนย์บริการเช่น โตโยต้า, ฮอนด้า หรือหากคุณทราบว่ารถที่ต้องการซื้อนั้น มาจากดีลเลอร์หรือขายในศูนย์โชว์รูมของบริษัทแม่ รถส่วนใหญ่จะมีการคัดสภาพเพื่อป้องกันการขายรถไม่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งอาจตามมาด้วยชื่อเสียงที่แย่ลง

4. ทดลองขับก่อนซื้อ
นอกจากสภาพที่สายตามองเห็นแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่อีกมากมาย เพื่อสร้างความมั่นใจในการซื้อรถ และตรวจสอบความพร้อมของรถ โดยเฉพาะการทำงาน การตอบสนองของเครื่องยนต์หรือช่วงล่าง การทดลองขับด้วยตัวคุณเอง ทั้งการเร่งความเร็ว การเบรก การหักเลี้ยว การทำงานของเกียร์ออโตที่ต้องราบเรียบไม่กระตุกกระชาก เบรกทำหน้าที่ได้ปกติ ยางอยู่ในสภาพดี ใบปัดน้ำฝนไม่แข็งเป็นหิน ภายในไม่มีเสียงดังขณะวิ่ง ช่วงล่างทำงานปกติไม่มีเสียงดัง พวงมาลัยเมื่อเลี้ยวออกจากที่จอดต้องไม่มีเสียงหอน สายพานหน้าเครื่องยนต์ไม่แตกลายงา ยางขอบกระจกประตูอยู่ในสภาพดี ไม่กรอบแตกเป็นข้าวเกรียบ ยางอะไหล่และเครื่องมือพวกแม่แรง กับประแจถอดล้อ ยังอยู่กันพร้อมหน้า การลองจับและลองขับจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญสำหรับผู้ซื้อรถมือสองหรือรถเก่าใช้งานแล้วเป็นอย่างยิ่ง คุณสามารถจับอาการความผิดปกติของรถ แม้จะไม่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์จากจุดสังเกตดังกล่าว ควรเลือกซื้อรถยนต์กับผู้ขายที่ให้ทดลองขับจะเป็นการดีที่สุด การทดลองขับขี่แล้วจับอาการต่างๆ จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้มากยิ่งขึ้นว่ารถคันนั้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้ ไม่ได้เอาไปซ่อมต่อ!!

5. คนขายต้องน่าเชื่อถือ
ผู้ขายเป็นบริษัทที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งที่ทำการได้มาตรฐาน หรือตัวแทนที่ถูกแต่งตั้งจากบริษัทรถยนต์จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้มากเพราะผู้จำหน่ายเหล่านี้จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อเช็กสภาพความพร้อมของตัวรถที่จะขายให้กับลูกค้า จุดนี้เองจึงสามารถสร้างความมั่นใจให้กับคุณว่า ซื้อรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการรับประกันหลังการขายตามสมควรกับอายุของตัวรถ

6. สวยแต่รูปจูบไม่หอม ดูไม่ดีอาจมีซวย
สภาพรถที่สวยภายนอก ไม่ได้บอกว่ารถคันนั้นจะดีเสมอไป อาจมีการชนหนักแล้วทำสีอย่างเนียนเพื่อกลบเกลื่อนหลอกสายตามือใหม่ หากต้องการสังเกตว่ารถเกิดอุบัติเหตร้ายแรงประเภทกลิ้ง หรือชนทะลุทะลวงจนยับมาหรือไม่ ให้ดูที่สีของตัวถังรถว่ามีสีเพี้ยนหรือไม่สม่ำเสมอหรือเปล่า สีไฟหน้า สีไฟท้าย ต้องเป็นสีเดียวกัน ถ้าสีใหม่ต้องใหม่เหมือนกันหมดทุกดวง ไม่ใช่มีไฟบางดวงเก่าแต่บางดวงกลับใสใหม่กิ๊ก นอกจากนั้นสภาพรถควรจะเป็นไปตามอายุของรถ เช่น รถอายุเยอะถึง 10 ปี แต่ไฟหน้าใหม่เอี่ยมอ่อง ไม่เหมือนผ่านการใช้งานมา 10 ปีก็เป็นที่น่าผิดสังเกต ซึ่งบางคนมองว่าเป็นเรื่องดี แต่จริงๆ อาจจะซ่อม หรือเคลมไฟใหม่มา กระจกรถและแท็กของสายเข็มขัด นิรภัยจะระบุปีที่ผลิตรถอย่างชัดเจนที่สุด ถือเป็นจุดสังเกตง่ายๆ ที่คุณจะต้องตรวจสอบเป็นอันดับแรกหากอยากรู้อายุที่แท้จริง การตรวจสอบปีของรถ เลขปีจะต้องตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นเลขตัวถังรถ เลขเครื่องยนต์ จะต้องตรงกับในเล่มทะเบียน หรือแม้แต่ยางรถยนต์ก็สังเกตได้จากตัวเลข 4 หลัก ที่ระบุปีของยาง ซึ่งควรจะต้องใหม่กว่าปีของรถเสมอ

7. ไฟแนนซ์จะช่วยตรวจสอบรถให้
ยี่ห้อรถยนต์มีผลต่อยอดในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน รถที่มีความนิยมสูงก็จะได้สินเชื่อที่สูงตามไปด้วย ผู้จำหน่ายก็มีผลต่อยอดการขอสินเชื่อด้วยเช่นกัน ผู้จำหน่ายที่เป็นตัวแทนของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ก็จะได้สินเชื่อที่มากกว่าปกติ เพราะในแง่ของการขอสินเชื่อสถาบันการเงินก็จะตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของรถยนต์ รถยนต์ที่สามารถตรวจสอบได้ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินนั้นๆ ในการจัดไฟแนนซ์ให้กับลูกค้า ยิ่งผู้ขายมีความน่าเชื่อถือมากก็จะได้วงเงินของสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อลูกค้าซื้อรถผ่านไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์เองก็จะเป็นผู้ตรวจสอบที่มาของรถให้กับลูกค้าอีกทางหนึ่ง ซึ่งน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจได้ดี ขอให้มีความสุขกับยานพาหนะที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของคุณเอง

เป็นไงบ้างสำหรับ 7 ข้อวิธีเลือกซื้อรถมือสอง หวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อทุกคนๆนะครับ

ติดต่อซื้อ-ขาย รถมือสอง

ขอแจมด้วย!สื่ออีสปอร์ตเวียดนามชวน เมสซี่ ร่วม Team Flash – SGP

สื่อเวียดนามขอเกาะกระแสข่าวการขอออกจากทีมบาร์เซโลน่า ของแข้งซูเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่

ขอแจมด้วย!สื่ออีสปอร์ตเวียดนามชวน เมสซี่ ร่วม Team Flash – SGP

หลังจากมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลลาลีกา สเปน จากกรณีที่ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนติน่า ของทีมเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ได้ทำการแจ้งกับต้นสังกัดว่าเขาต้องการย้ายออกจากทีม

โดยเรื่องดังกล่าวตกเป็นประเด็นสนใจของแฟนกีฬาทั่วโลก รวมถึงทีมต่างๆที่ตัดต่อภาพของเมสซี่ให้สวมใส่เสื้อของทีมตัวเอง พร้อมข้อความเชิญชวนให้สุดยอดกองหน้ารายนี้มาร่วมทีมตนเอง

สื่ออีสปอร์ตในประเทศเวียดนามอย่างเพจ Sport5 Esports ทำการตัดต่อภาพของเมสซี่สวมใส่เสื้อของ Team Flash สังกัดอีสปอร์ตชื่อดังของเวียดนาม ที่มีดีกรีเป็นแชมป์โลก และแชมป์ลีกของเวียดนาม ในเกม RoV พร้อมด้วยแคปชั่นว่า จากแหล่งข่าววงในซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนติน่าจะเข้ามาเป็นสมาชิกคนที่ 7 ของ FL และหวังว่าจะช่วยทีมให้กลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง

นอกจากนี้ สื่อเจ้าเดิม ยังได้ทำรูป เมสซี่ สวมใส่ชุดของทีม Saigon Phantom รองแชมป์ลีก พร้อมระบุว่า แหล่งข่าวอีกรายระบุว่าเมสซี่ ยังไม่ได้ร่วมทัพ FL และ SGP กำลังแข่งขันกับ FL เพื่อล่าลายเซ็นต์ของเมสซ

อ่านต่อ

O.K. มีที่มาอย่างไร ?

คนส่วนใหญ่ น้อยคนนักที่ไม่รู้จักคำว่า O.K. เรามักจะได้ยินคนพูดกันติดปาก ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ไม่ว่าวัยใดก็ตาม แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า.. คำคำนี้มีที่มาอย่างไร ?

เคยคิดสงสัยกันบ้างไหมว่า คำว่า O.K. มีที่มายังไงกันแน่ !!

คำว่า O.K. มาจากคำเต็มว่า Oll Korrect ซึ่งที่ถูกต้องคือ All Correct ( แปลว่า ถูกต้อง ) มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจจาก พ่อค้าชาวอเมริกันคนหนึ่ง มีฐานะ ตำแหน่งหน้าที่การงานสูง แต่การศึกษาน้อย ทุกครั้งที่เขาสั่งงานลงในใบสั่ง ถ้างานชิ้นใดถูกต้อง ตกลง และอนุมัติ เขาจะ เขียนคำว่า Oll Korrect ลงในใบสั่งใบนั้นเสมอๆ ต่อมากิจการของพ่อค้าคนนี้ มีความเจริญก้าวหน้ามาก งานที่ติดต่อมาก็มีมากขึ้น ใบสั่งงานก็มีมากมายล้นโต๊ะ การที่เขาจะต้องเขียนคำ Oll Korrect ลงในใบสั่งทุกใบทำให้ต้องใช้เวลามาก เขาจึงย่อเหลือเพียงสั้นๆ คำ O.K. ซึ่งมีผล และความหมายเหมือนกัน คำว่า “อนุมัติ” นั่นเอง และก็เลยมีการใช้กัน อย่างแพร่หลาย ทั้งภาษาพูด และภาษาเขียน มากันจนปัจจุบันทั่วโลกทีเดีย

อ่านต่อ

รักษาแผลพุพองด้วย..สมุนไพรว่านหางจระเข้

ใช้วุ้นของว่านหางจระเข้ รักษาแผลพุพอง แผลสด แผลเรื้อรัง แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลไหม้เกรียมจากแสงแดด และการฉายรังสี โดยเลือกวุ้นจากใบที่อยู่ส่วนล่างของต้น ปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างยางสีเหลืองออกให้สะอาดด้วยน้ำสุก หรือน้ำด่างทับทิม เพราะอาจจะระคายเคืองผิวหนัง และทำให้มีอาการแพ้ได้ (ในบางคน)

ขูดเอาวุ้นใส หรือฝานเป็นแผ่นบาง มาพอกแผล แล้วใช้ผ้าพันแผลที่สะอาดพันทับ ให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลาในชั่วโมงแรก ต่อจากนั้นทาวันละ 3-4 ครั้ง จนกว่าแผลจะหาย วุ้นว่านหางจระเข้ยังสามารถ ใช้รักษาฝีพุพอง ได้ด้วย เพราะช่วยลดการอักเสบ

ข้อควรระวัง

1) ก่อนใช้ว่าน ควรทดสอบการแพ้ก่อน โดยเอาวุ้นทาบริเวณท้องแขนด้านใน ถ้าผิวไม่คันหรือแดงก็ใช้ได้

2) ควรล้างยางสีเหลืองออกให้หมด เพราะจะเกิดอาการระคายเคืองต่อผิวได้

3) วุ้นสดของว่านหางจระเข้ไม่ควรเก็บไว้เกิน 24 ชั่วโมง ใช้ง่ายแถม ปลูกก็ยังง่ายอีกด้วย ไม่ต้องการการเอาใจใส่มากนักก็เติบโตได้

รักษาแผลพุพอง ด้วย..สมุนไพรว่านหางจระเข้ !! - สาระน่ารู้

อ่านต่อ

เริ่มแรก การเชียร์ ในเมืองไทย

ศจ.นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ เล่าไว้ในหนังสืออวยนิมิต ซึ่งคณะศิษย์จัดรวบรวมพิมพ์ในวาระอายุครบหกสิบปีของท่านไว้ว่า หลวงวาจวิทยาวัฑฒน์ (วาด แย้มประยูร) ซึ่งเป็นผู้เริ่มการจัดตั้งคณะทันตแพทย์ศาสตร์ขึ้น และเป็นคณบดีคนแรก เป็นผู้ริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก โดยนำวิธีเชียร์แบบอเมริกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 โดยได้ฝึกซ้อม การเชียร์ การแข่งขันกีฬาระหว่างคณะของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และแต่งเพลงเชียร์เพลงแรกให้คณะแพทย์ศาสตร์คือ

เฮล – เฮล – เดอะ – แกงก์ส – ออลล์ – เฮียร์ – ว็อต – เดอะ – เฮ็ลล์ – ดู – วี – แคร์ – ว็อต – เดอะ – เฮ็ลล์ – ดู – วี – แคร์ – ร่ะ

พร้อมกับสอนให้นิสิตร้องและออกท่าทางประกอบไปด้วย วันแข่งขันจริงท่านได้ทำหน้าที่เป็น “เชียร์ลีดเดอร์” คนแรกของเมืองไทยเอง การแข่งขันวันนั้นฝ่ายลูกศิษย์ของท่านคือคณะแพทย์ศาสตร์ชนะไปอย่างงดงาม และเพลงเชียร์ของท่านก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของคณะแพทย์ศาสตร์ (คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันเป็นคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล) มาจนทุกวันนี้

รู้หรือไม่ว่า เริ่มแรก การเชียร์ ในเมืองไทยคือเมื่อไหร่ !? - สาระน่ารู้

ระบบเชียร์กีฬาได้ค่อยๆ แพร่เข้าสู่คณะอื่นๆ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็ต่อไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศ ต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้นจากการร้องเพลงเชียร์อย่างเดียวในตอนแรก ได้มีการแต่งตัวด้วยสีสันซึ่งแสดงหมู่คณะและสถาบัน การเดินขบวนพาเหรดในชุดต่างๆ รวมทั้งการเชียร์ด้วยการแปรอักษรบนอัฒจันทร์ด้วยแสงสีอันสวยงามและอื่นๆ

อ่านต่อ

เทคนิคแก้ ลมพิษ ด้วยวิธีง่ายๆ

อาการผื่นคันที่ผิวหน้าและลำตัว อาจเนื่องมาจากแพ้อาหาร หรือแพ้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใช้มะนาวฝาน ตบเบาๆ ไปตามบริเวณที่เป็นผื่น บีบมะนาวผสมน้ำ ใช้ผ้าขนหนูชุบแล้วประคบตามบริเวณที่เป็น ลมพิษ หรือฝนหัวผักกาดขาว ห่อผ้าบางๆ ประคบตามที่เป็นลมพิษ หรือใช้น้ำผึ้งเจือจางทาบางๆ

เทคนิคแก้ ลมพิษ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่สามรถทำได้ง่าย ๆ !! - สาระน่ารู้

อ่านต่อ